Posted by: pramxx | กรกฎาคม 3, 2010

สู่ สังคมอุดมปัญญากับแผนแม่บท ICT ชาติ ฉบับที่ 2 (2552-2556)

สู่ สังคมอุดมปัญญา (Smart Thailand)
กับแผนแม่บท ICT ชาติ ฉบับที่ 2 (2552-2556)

ในที่สุดร่างแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ฉบับที่ 2) ของประเทศไทย พ.ศ. 2552-2556 ที่ผ่านการจัดทำมาตั้งแต่สมัยรัฐบาล พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ และรอการพิจารณาประกาศใช้มาหลายต่อหลายรัฐบาล ในที่สุดเมื่อวันที่  5  สิงหาคม 2552  ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี  เป็นประธานการประชุม ได้มีมติเห็นชอบร่างแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ฉบับที่ 2) ของประเทศไทย พ.ศ. 2552-2556 ตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) เสนอ และให้ทุกกระทรวง กรม รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำและ/หรือ ปรับแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของหน่วยงานให้สอดคล้องกับแผน แม่บทฯ (ฉบับที่ 2)
พร้อมมอบหมายให้กระทรวง ICT โดยสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวง ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (กทสช.) รับผิดชอบการดำเนินการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และเป็นหน่วยงานประสานหลักร่วม กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนปฏิบัติการและแผนงบประมาณ รองรับแผนแม่บทฯ (ฉบับที่ 2) รวมถึงการติดตามประเมินผลเพื่อให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรมต่อไป  โดย ให้หน่วยงานกลางที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดสรรทรัพยากรและการบริหารจัดการ ภาครัฐ (สำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ) นำแผนแม่บทฯ (ฉบับที่ 2) มาใช้เป็นกรอบแนวทางในการบริหารจัดการ ปรับปรุงโครงสร้าง และจัดสรรทรัพยากรทางด้านการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสารของประเทศไทย ในช่วงระยะเวลาของแผนแม่บทฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2552-2556 ต่อไป  สำหรับแผนแม่บท ICT ชาติ (ฉบับที่ 2) สรุปสาระสำคัญ ได้ดังนี้
1. วิสัยทัศน์    “ประเทศไทยเป็นสังคมอุดมปัญญา (Smart Thailand)”
2. พันธกิจ    พัฒนากำลังคนให้มีคุณภาพและปริมาณที่เพียงพอ  พัฒนาโครงข่ายสารสนเทศและการสื่อสารความเร็วสูง  พัฒนาระบบบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่มีธรรมาภิบาล
3. วัตถุประสงค์   เพื่อเพิ่มปริมาณและศักยภาพของกำลังคน  เพื่อสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร  เพื่อสนับสนุนการปรับโครงสร้างการผลิต   เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและปัจเจกบุคคล  เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของธุรกิจและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อ สาร
4. เป้าหมาย
• ประชาชนไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของประชากรทั้งประเทศมีความรอบรู้  สามารถเข้าถึงสร้างสรรค์และใช้สารสนเทศอย่างมีวิจารณญาณ รู้เท่าทัน  มีคุณธรรมและจริยธรรรม ก่อเกิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้               การทำงานและการดำรงชีวิตประจำวัน
• ยกระดับความพร้อมทางด้านเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารของประเทศ  โดยให้ อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีระดับการพัฒนาสูงสุด ร้อยละ 25 (Top Quartile)  ของประเทศที่มีการจัดลำดับทั้งหมดใน Networked Readiness Index
• เพิ่ม บทบาทและความสำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในระบบ เศรษฐกิจของประเทศ โดยมีสัดส่วนมูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรม ICT ต่อ GDP ไม่น้อยกว่าร้อยละ 15
5. ยุทธศาสตร์   การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารตามแผนแม่บทฯ (ฉบับที่ 2) มี 6 ยุทธศาสตร์  ดังนี้
• ยุทธศาสตร์ที่ 1 พัฒนากำลังคนด้าน ICT และบุคคลทั่วไปให้มีความสามารถในการสร้างสรรค์ ผลิต และใช้สารสนเทศอย่างมีวิจารณญาณและรู้เท่าทัน
• ยุทธศาสตร์ที่ 2 บริหารจัดการ ICT ของประเทศอย่างมีธรรมาภิบาล (National ICT Governance)
• ยุทธศาสตร์ ที่ 3 พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
• ยุทธศาสตร์ ที่ 4 ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อสนับสนุนให้เกิดธรรมาภิบาลในการ บริหารและบริการของภาครัฐ  (e-Governance)
• ยุทธศาสตร์ที่ 5 ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและรายได้เข้าประเทศ
• ยุทธศาสตร์ที่ 6 ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน อย่างยั่งยืน
แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ฉบับที่ 2) ของประเทศไทย พ.ศ. 2552-2556 เป็นแผนพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศ  ซึ่งมีความต่อเนื่องของนโยบาย จากนโยบาย IT 2010 และแผนแม่บทฯ (ฉบับที่ 1) ควบคู่กับการกำหนดนโยบายใหม่เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเศรษฐกิจ และสังคม  ซึ่งเป็นทั้งโอกาสและเครื่องมือในการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของ ประเทศ  เป็นการแสดงเจตนารมณ์และทิศทางการพัฒนาประเทศด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสารของรัฐบาลที่ชัดเจน

คงต้องเฝ้าจับตามองกันต่อไปว่าแผนแม่บท ICT ชาติ ฉบับนี้ จะถูกแปลงไปสู่การปฏิบัติที่เห็นผลเป็นรูปธรรมมากน้อยเพียงใด หรือจะเป็นเพียงแผนที่เขียนไว้อย่างสวยหรูบนกระดาษ ผู้เขียนเห็นด้วยอย่างยิ่งการที่จะพัฒนาให้บุคคลทั่วไปให้มีความสามารถในการ ใช้สารสนเทศอย่างมีวิจารณญาณและรู้เท่าทัน เพราะความแตกแยกในสังคมที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งก็เนื่องมาจากความเหลื่อมล้ำทางข้อมูลข่าวสาร หรือ Information Divide โดยเฉพาะประชาชนในชนบทที่ห่างไกล จึงนำไปสู่การรับรู้ข้อมูลเพียงด้านเดียวจากการปลุกระดมของคนบางกลุ่ม บางพวก ขาดวิจารณญาณและรู้เท่าทัน นอกจากนี้ ควรมุ่งวางโครงสร้างพื้นฐาน ICT ให้ครอบคลุมทั้งประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงข่ายสื่อสารที่จะให้ประชาชนสามารถเชื่อมต่อเข้าสู่อินเทอร์เน็ตได้ในราคาที่ไม่แพง ซึ่งเป็นความท้าทายอย่างยิ่งในการนำสังคมไทยไปสู่ “สังคมอุดมปัญญา” อย่างที่คาดหวังไว้.

————————————————–


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: